00
ชม.
:
00
นาที
:
00
วินาที

1290

790บ.

เตรียมพบโปรพิเศษ

รับแคตตาล็อก
Open
Modal
Item added Item updated Item removed No more products on stock You entered wrong value.

ไม่มีสินค้าในตะกร้า

CRI 90 vs CRI 95: เลือกอย่างไรให้เหมาะกับโครงการและงบประมาณ

ในการออกแบบระบบแสงสว่างระดับมืออาชีพ การเลือกโคมไฟไม่ได้พิจารณาเพียงค่าความสว่าง (Lux) หรือกำลังไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพของแสง โดยเฉพาะค่า CRI (Color Rendering Index) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถของแหล่งกำเนิดแสงในการแสดงสีของวัตถุให้ใกล้เคียงกับสีจริงมากที่สุด

คำถามที่นักออกแบบ สถาปนิก และเจ้าของโครงการมักพบอยู่เสมอคือ ควรเลือก CRI 90 หรือ CRI 95?

แม้ว่าทั้งสองระดับจะถือว่าอยู่ในกลุ่ม High Color Rendering แต่การเลือกใช้งานที่เหมาะสมสามารถส่งผลต่อทั้งคุณภาพของพื้นที่ ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และงบประมาณของโครงการได้อย่างมีนัยสำคัญ

CRI คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อ Lighting Design

CRI หรือ Color Rendering Index คือค่าที่ใช้วัดความถูกต้องของสีภายใต้แสงจากแหล่งกำเนิดแสงเมื่อเทียบกับแสงอ้างอิงตามธรรมชาติ

ในงาน Lighting Design คุณภาพของสีที่ผู้ใช้งานมองเห็นมีผลโดยตรงต่อ

  • การตัดสินใจซื้อสินค้า
  • ประสบการณ์ภายในร้านค้า
  • ความสวยงามของวัสดุตกแต่ง
  • การรับรู้คุณภาพของพื้นที่
  • ประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้งานอาคาร

ด้วยเหตุนี้ การเลือกค่า CRI จึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ Architectural Lighting และไม่ควรพิจารณาแยกจากภาพรวมของโครงการ

ค่า R9: ปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม

แม้ค่า CRI จะเป็นตัวเลขที่ได้รับความนิยมในการเปรียบเทียบคุณภาพแสง แต่ในทางเทคนิค ค่าเฉลี่ย CRI มาตรฐานคำนวณจากสีตัวอย่างเพียง 8 สีแรก (R1-R8) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโทนสีอ่อน

สำหรับงานระดับพรีเมียม นักออกแบบแสงมักให้ความสำคัญกับค่า R9 หรือ Strong Red เพิ่มเติม

CRI 90

  • ค่า R9 มักอยู่ในช่วงมากกว่า 50
  • ให้การแสดงผลสีที่ดีสำหรับงานทั่วไป
  • เหมาะกับพื้นที่เชิงพาณิชย์และสำนักงานส่วนใหญ่

CRI 95

  • ค่า R9 มักสูงกว่า 80 หรือ 90
  • แสดงเฉดสีแดงได้อย่างแม่นยำและมีมิติ
  • เหมาะสำหรับพื้นที่ที่สีมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งาน

ตัวอย่างเช่น

  • ร้านเครื่องประดับ
  • โชว์รูมรถยนต์
  • ร้านเครื่องสำอาง
  • แกลเลอรีงานศิลปะ
  • ร้านอาหารระดับ Fine Dining
  • สถานพยาบาลที่ต้องสังเกตสีผิวหรือสีเลือด

ในพื้นที่เหล่านี้ ค่า R9 ที่สูงมักมีผลต่อคุณภาพของประสบการณ์มากกว่าค่าความสว่างเพียงอย่างเดียว

ประสิทธิภาพแสงกับคุณภาพสี: Trade-off ที่ต้องเข้าใจ

หนึ่งในข้อเท็จจริงที่สำคัญของเทคโนโลยี LED คือ

ยิ่งต้องการความแม่นยำของสีมากขึ้น ประสิทธิภาพการส่องสว่างต่อวัตต์ (Lumens per Watt) มักลดลง

เนื่องจาก LED ที่มีค่า CRI 95 ต้องใช้การจัดการสเปกตรัมแสงที่ซับซ้อนกว่า ทำให้ค่า Lumen Output โดยรวมลดลงประมาณ 5–10% เมื่อเทียบกับ CRI 90 ในกำลังไฟเท่ากัน

ดังนั้น ในการทำ Lighting Simulation และ Lux Calculation จึงต้องพิจารณาประเด็นนี้ควบคู่กันเสมอ

หากเลือก CRI 95 สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ทั้งหมด อาจต้องเพิ่มจำนวนโคมไฟเพื่อให้ได้ค่าความสว่างตามมาตรฐาน ซึ่งส่งผลต่อทั้งต้นทุนการติดตั้งและพลังงานที่ใช้ในระยะยาว

CRI 90 หรือ CRI 95 เหมาะกับพื้นที่ประเภทใด

CRI 95+ : Luxury Retail และ Art Gallery

เหมาะสำหรับ

  • ร้านเครื่องประดับ
  • Luxury Retail
  • Art Gallery
  • Showroom ระดับพรีเมียม

เหตุผลคือพื้นที่เหล่านี้ต้องการการถ่ายทอดสีที่แม่นยำที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประสบการณ์ระดับสูงให้กับลูกค้า

CRI 95 : Fine Dining และ High-End Residential

เหมาะสำหรับ

  • ร้านอาหาร Fine Dining
  • บ้านพักอาศัยระดับลักชัวรี
  • Hospitality Projects

แสงที่มีคุณภาพสูงช่วยให้อาหารดูน่ารับประทานมากขึ้น และช่วยดึงรายละเอียดของวัสดุตกแต่งให้โดดเด่น

CRI 90 : Fashion Store และ Commercial Space

เหมาะสำหรับ

  • ร้านแฟชั่น
  • ร้านค้าปลีกทั่วไป
  • พื้นที่เชิงพาณิชย์

ถือเป็นจุดสมดุลที่ดีระหว่างคุณภาพแสงและงบประมาณ

CRI 80–90 : Office และ Educational Facilities

เหมาะสำหรับ

  • สำนักงาน
  • สถานศึกษา
  • Co-working Space

พื้นที่ประเภทนี้ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอของแสงและประสิทธิภาพการใช้งานมากกว่าความแม่นยำของสีในระดับสูงสุด

CRI 80 : Warehouse และ Parking Area

เหมาะสำหรับ

  • คลังสินค้า
  • โรงงาน
  • พื้นที่จอดรถ

เน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพด้านพลังงานเป็นหลัก

เทคนิคการบริหารงบประมาณด้วยการออกแบบแสง

หนึ่งในแนวทางที่ทีม Lighting Consultant นิยมใช้ในโครงการระดับมืออาชีพ คือการแบ่งระดับคุณภาพของแสงตามหน้าที่ของพื้นที่

ตัวอย่างเช่น

  • ใช้ CRI 95 สำหรับพื้นที่โชว์สินค้า
  • ใช้ CRI 90 สำหรับพื้นที่สัญจร
  • ใช้ CRI 80 สำหรับพื้นที่บริการหลังบ้าน

แนวคิดนี้ช่วยให้โครงการได้รับคุณภาพแสงในจุดที่สำคัญที่สุด ขณะเดียวกันยังสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในงาน Architectural Lighting ขนาดใหญ่ วิธีการดังกล่าวมักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าการใช้ CRI ระดับสูงทั้งโครงการ

CRI 95 จำเป็นเสมอหรือไม่

คำตอบคือ ไม่เสมอไป

สำหรับอาคารสำนักงาน ร้านค้าทั่วไป หรือโครงการที่ต้องการควบคุมงบประมาณ CRI 90 มักเป็นระดับที่สร้างความรู้สึกพรีเมียมได้อย่างเพียงพอ

แต่หากสิ่งที่อยู่ภายใต้แสงคือสิ่งที่ลูกค้าต้องตัดสินใจจากการมองเห็น เช่น เครื่องประดับ เครื่องสำอาง รถยนต์ งานศิลปะ หรือวัสดุตกแต่งระดับลักชัวรี CRI 95 มักเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในระยะยาว

DECENTO: Professional Lighting Partner สำหรับการเลือกคุณภาพแสงที่เหมาะสม

การเลือก CRI ที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการดูตัวเลขจาก Datasheet แต่ต้องพิจารณาร่วมกับประเภทอาคาร วัตถุประสงค์ของพื้นที่ งบประมาณ และผลลัพธ์ที่ต้องการจากงาน Lighting Design

DECENTO ให้บริการครบวงจรในฐานะ Professional Lighting Partner สำหรับสถาปนิก นักออกแบบภายใน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของโครงการ โดยครอบคลุมทั้ง

  • Lighting Design
  • Lighting Simulation
  • Lux Calculation
  • Architectural Lighting Consultation
  • Modular Lighting Solutions
  • Technical Lighting Consultation

ทีม Lighting Consultant ของ DECENTO ช่วยวิเคราะห์คุณภาพแสง ความเหมาะสมของค่า CRI และประสิทธิภาพของระบบแสงในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ทุกโครงการได้รับสมดุลที่เหมาะสมระหว่างคุณภาพแสง ความสวยงาม และความคุ้มค่าของการลงทุน

เพราะแสงที่ดีไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้มองเห็น แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดประสบการณ์ คุณค่า และภาพลักษณ์ของพื้นที่ในระยะยาว

Strong know-how of LED and in-house lighting design & engineering support team
บริษัท เดอะ มิชชั่น วัน จำกัด
The Mission One Co., Ltd.
310/935 ซอยสรงประภา 14 ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105556053102
ติดตามเราได้ที่
Copyright © 2026
DECENTO All rights reserved.
magnifiercross